นโยบายการรับประกันและเปลี่ยนสินค้า

นโยบายการรับประกันและเปลี่ยนสินค้า

  • การเปลี่ยนสินค้าต้องดำเนินการภายในระยะเวลา 15 วัน นับจากวันที่ท่านได้รับสินค้า
  • สินค้าที่ทำการเปลี่ยนนั้น จะต้องอยู่ในสภาพที่ไม่เคยใช้งาน พร้อมอยู่ในบรรจุภัณฑ์เหมือนเดิมทุกประการ และจะต้องแนบเอกสารใบกำกับสินค้า (Invoice) เพื่อดำเนินการขอเปลี่ยนสินค้าด้วย
  • สินค้าที่ทำการเปลี่ยนนั้น ต้องเป็นสินค้าที่มีความบกพร่องเสียหายอันเกิดจากผู้ผลิต, สินค้าหมดอายุ, สินค้าไม่ตรงตามใบสั่งซื้อ, สินค้าได้รับความเสียหายในระหว่างการจัดส่ง
  • สินค้าแตกชำรุดจากการขนส่ง (รอยถลอกหรือรอยขีดข่วนที่เกิดจากการใช้งานไม่อยู่ในการรับประกัน)
  • ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง

การรับประกันปัญหาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง

  • ตัวแทนหรือผู้จัดจำหน่ายสินค้า ควรตรวจสอบสินค้าในเรื่องของสี คุณภาพสินค้า หลังจากได้รับสินค้าโดยตรงจากบาธติค ภายใน 15 วัน
  • ผู้ติดตั้งไม่ว่าจะโดยช่างผู้ชำนาญหรือติดตั้งด้วยตนเอง ควรตรวจสอบสินค้าในเรื่องของสี คุณภาพสินค้า หลังจากซื้อสินค้า ภายใน 15 วัน

วิธีการแจ้งปัญหา

1. ตัวแทน หรือ ผู้จัดจำหน่ายสินค้า แจ้งข้อบกพร่องของสินค้ากับพนักงานขายที่ดูแลท่านหลังจากได้รับสินค้าภายใน 15 วัน และผู้ซื้อจะต้องแสดงหลักฐานดังต่อไปนี้แก่ตัวแทนหรือผู้จัดจำหน่ายสินค้า
          – แนบใบเสร็จการชำระเงิน หรือ หลักฐานการซื้อสินค้าเพื่อแสดงว่าท่านเป็นผู้ซื้อสินค้าจริงและเพื่อตรวจสอบระยะเวลาในการรับประกันสินค้า
          – รายละเอียดของปัญหาที่พบ (รูปภาพสินค้าเพื่อแสดงว่ามีข้อบกพร่องตามเงื่อนไขที่ระบุในนโยบายการรับประกันและเปลี่ยนสินค้า)

            หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมประการใด กรุณาติดต่อแผนกบริการลูกค้าสัมพันธ์ที่ เบอร์โทรศัพท์ +66 (65)-526-1404 และ +66 (0) 2-736-1835-8 หรือ อีเมล  bathic.web@gmail.com หรือ Line ID : mkt.bathic  วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30 น. – 16.30 น.

วิธีการแก้ปัญหา

            หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน พนักงานขายที่ดูแลลูกค้าเข้าตรวจสอบสภาพสินค้า (ภายใน 5 วันทำการ) หรือ ลูกค้าจัดส่งสินค้าพร้อมเอกสารการซื้อสินค้ามาที่บาธติค เพื่อรับการตรวจสอบสภาพจากเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไปยังลูกค้า (ภายใน 5 วันทำการ) เพื่อยืนยันสถานภาพการเปลี่ยนสินค้า
            หากบาธติค ไม่พบความผิดพลาดของสินค้าหรือไม่เข้าเงื่อนไขการรับประกันและเปลี่ยนสินค้า เราจะจัดส่งสินค้านั้นคืนให้กับลูกค้า หรือ ลูกค้าสามารถจ่ายค่าสินค้าใหม่ทดแทนเพื่อเปลี่ยนสินค้าได้ การส่งสินค้าคืนใช้เวลาประมาณ 7-14 วันทำการ
            หากสินค้ามีข้อบกพร่องตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการรับประกันและเปลี่ยนสินค้า โดยบาธติคจะเปลี่ยนสินค้าที่มี สี รูปแบบและคุณภาพเทียบเท่าสินค้าเดิมให้แก่ลูกค้า กรณีไม่มีสินค้าหรือสินค้าหยุดจำหน่ายต่อ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม บาธติคมีสิทธิในการเลือกสินค้าทดแทนที่มีสีรูปแบบ และคุณภาพเท่าเดิมให้แทน ภายหลังจากการแก้ปัญหาแล้ว ระยะเวลาการรับประกันสินค้าจะเท่ากับระยะเวลาของสินค้าเดิมที่เหลืออยู่ โดยไม่มีการขยายระยะเวลารับประกันออกไป เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น
            บาธติค มีสิทธิที่จะส่งตัวแทนเข้าไปตรวจสอบสินค้า เก็บตัวอย่างเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา หากจำเป็นตัวแทนบาธติคมีสิทธิขาดในการพิจารณาว่าจะทำการ ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือ เปลี่ยนสินค้าที่มีปัญหา
            ตัวแทนจัดจำหน่าย ร้านค้า พนักงานของร้านค้า ผู้ติดตั้ง และบุคคลอื่นๆ ไม่มีสิทธิในการเพิ่มเติม หรือ เปลี่ยนแปลงข้อผูกมัดหรือสาระใดๆ ในการรับประกันสินค้าระหว่างบาธติคกับลูกค้า

ภาระรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระยะเวลารับประกันสินค้า

           ตลอดระยะเวลารับประกันสินค้า หากสินค้ามีปัญหาตามที่ระบุไว้ ลูกค้าจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่ลูกค้าจะต้องชำระค่าบริการในการเปลี่ยนหรือซ่อมแซมสินค้าที่นอกเหนือจากการรับประกันและคืนสินค้า ตามรายละเอียดข้างต้น ดังนี้
            – ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้า บาธติครับผิดชอบค่าสินค้า 100% ค่าบริการ 100% ของค่าใช้จ่ายจริง
            – ภายหลังจาก 15 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้า ทางบาธติคจะนำเรื่องเข้ากระบวนการตรวจสอบ (ก่อนรับสินค้ารบกวนลูกค้าตรวจสอบสภาพสินค้าก่อนรับสินค้า)
            – อัตราค่าบริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง

การรับประกันสินค้าไม่ครอบคลุมถึงข้อจำกัดหรือสาเหตุ ดังต่อไปนี้

            – สีของสินค้าจริงมีความแตกต่างจากภาพถ่ายหรือตัวอย่าง
            – การใช้งานที่ไม่เหมาะสมหรือผิดวัตถุประสงค์
            – การติดตั้งในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่าที่กำหนด ติดตั้งในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส หรือ สูงกว่า 45 องศาเซลเซียส
            – อุบัติเหตุ รอยขีดข่วน การกระแทก หรือ รอยตัด
            – การดูแลรักษาที่ผิดวิธีหรือไม่เหมาะสม
            – ปัญหาที่เป็นผลมากจากการติดตั้งที่ไม่ถูกวิธี พื้นผิวไม่เหมาะสมต่อการติดตั้ง การเตรียมพื้นที่หรือพื้นผิวที่ไม่เหมาะสมต่อการติดตั้ง
            – ความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างหรือตกแต่ง
            – ติดตั้งโดยผู้ที่ไม่มีความรู้ความชำนาญ หรือ ติดตั้งโดยสินค้าที่มีข้อบกพร่องที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน